Re zero อนิเมะ ตัวเอกที่ถูกมองว่าขี้แพ้

 Re zero อนิเมะ ตัวเอกที่ถูกมองว่าขี้แพ้

Re zero เป็นอนิเมะแนวแฟนตาซีที่ตัวเอกถูกย้ายมายังอีกโลก ปี 2012 ที่แฝงความดาร์กความรุนแรง เป็นผลงานการเขียนของ Tappei Nagatsuki ในปี 2012 และวาดภาพประกอบโดย ชินอิจิโร โอสึกะ ซึ่งเป็นอีกอนิเมะที่หลายคนๆ รู้จักในด้านของการย้อนเวลา ในเว็บบล็อกนี้ ผมจะเล่าเรื่องราวของ re zero จากประสบการณ์มุมมองส่วนตัว และความประทับใจ ที่อนิเมะเรื่องนี้สะท้อนออกมา เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบอนิเมะทุกคนนะครับ


ภาพจาก: https://www.4gamers.co.th

Re zero เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มอายุ 17 ชื่อ “นัตสึกิ สุบารุ” เขาก็ถูกดึงมายังต่างโลกในพริบตา ที่นั่นคืออาณาจักรปริศนาแห่งหนึ่ง โดยที่เขาไม่มีความสามารถไม่มีพลังอะไรเลยแถมยังชอบพูดจ่าอวดดี จนถูกถูกกลุ่มโจรดักปล้นและทำร้าย ขณะนั้นก็ได้มีหญิงสาวที่ชื่อ “เอมิเลีย” ใช้เวทมนต์ไล่พวกโจรออกไป นางช่วยเพราะผ่านทางมาพอดีและต้องการเบาะแสของโจรที่ขโมยของสำคัญไป ทางด้านสุบารุถึงจะไม่รู้อะไร แต่อยากตอบแทนที่นางได้ช่วยเขาไว้ จึงอยากช่วยตามหาของสำคัญของเธอ จนกระทั่งถึงย่านสลัมในตอนเย็น พวกเขาถูกโจมตีจากนักฆ่าจนทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ ทว่าทุกครั้งที่ตาย เขากลับย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ ทำให้ต้องหาทางเปลี่ยนชะตากรรมก่อนที่มันจะเกิดขึ้นซ้ำรอย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความกลัว ความสิ้นหวัง ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็แต่ต้องเผชิญหน้า ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า re zero

เรื่องนี้มองจากภายนอกก็แค่ตัวละครเอก “สุบารุ” ที่ถูกส่งมาจากต่างโลก มีพลังพิเศษ เป็นคนเก่ง ดูเท่ แต่ สุบารุ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ส่วนใหญ่จะเห็นในด้านที่ “น่าสมเพช” “อ่อนแอ” “ไร้พลัง” “ตะเกียกตะกายอย่างน่าสงสาร” กว่าจะผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ แถมยังเป็นคนชอบพูดจาใหญ่โต แต่กับสู้ใครไม่ได้ในต่างโลก ด้วยเหตุนี้อาจทำให้หลายคนไม่ชอบเขา

สุบารุ ในโลกความเป็นจริงเป็นคนที่ “ด้อยค่าตนเอง” เขามีพ่อผู้เก่งรอบด้าน เป็นที่รักของทุกคน พ่อจึงเป็นเงาติดตามตัวขนาดใหญ่ที่เขาจะต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ แต่เมื่อเขาโตขึ้นเงาของพ่อก็ใหญ่ขึ้น ต่อให้เขาพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบเงาความเก่งของพ่อได้ แต่กลับตรงข้ามเขาพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นบาดแผลที่ตอกย้ำเขาตลอดเวลา “ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร มันก็ไม่พอ” แม้ว่าเขาจะออกมาจากต่างโลกที่เขาเคยอยู่มันก็ทำให้เขาเป็นได้แค่พวกขี้แพ้ เพราะ “ทำตัวเสียสละอย่างเห็นแก่ตัว” สุบารุเชื่อว่าพลังพิเศษที่ของตัวเองมีแค่ การตายแล้วย้อนกลับมา คือสิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ เขายอมตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แบกรับความเจ็บปวดไว้เพียงลำพัง ไม่อยากสูญเสียใครไป หวังเพียงเปลี่ยนอนาคตให้ดีขึ้น แต่ความจริงคือ เขาไม่อาจก้าวข้ามปัญหาได้ด้วยตัวคนเดียว

หากสุบารุเพียงแค่เชื่อมั่นในตนเอง และยอมเปิดใจขอความช่วยเหลือจากพวกพ้อง แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่ทุกคนจะพร้อมยื่นมือเข้ามา ในเมื่อ “ตัวคนเดียว” มันไม่พอ ลองมาใช้การวางแผน การเชื่อใจเพื่อนและร่วมมือกันต่างหาก ที่จะทำให้พวกเขาก้าวข้ามสถานการณ์อันเลวร้าย และเอาชนะศัตรูไปด้วยกัน

ความสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องตื้นเขิน บางคนอยากตอบแทนบุญคุณ บางคนเชื่อมั่นในตัวเขา ความดีของสุบารุถูกมองเห็นโดยผู้คนรอบข้าง เขาไม่จำเป็นต้องฝืนทำตัวเป็นฮีโร่ ไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความล้มเหลว ผู้คนรอบข้างก็ไม่อยากให้เขาเป็นฝ่าย “ช่วยเหลือ” เพียงอย่างเดียว แต่ต่างก็อยากเติบโตและเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน

สุบารุอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวเองเดินมาไกลแค่ไหนและสิ่งที่ทำให้เขาไปต่อได้ก็คือ “การเริ่มต้นจากการรักตัวเอง” ผู้เขียนหวังว่าเว็บบล็อกนี้จะทำให้ผู้อ่านได้ข้อคิดเกี่ยวกับให้คุณค่ากับตัวเองโดยไม่มองว่าตัวเองไร้ค่า

ความคิดเห็น

  1. น่าสนุกมากครับ เดะตามไปดูวว

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ25 สิงหาคม 2568 เวลา 10:20

    ว้าววววว

    ตอบลบ
  3. เรื่องนี้ดูแล้วสนุกดีครับ

    ตอบลบ
  4. เนื้อเรื่องเข้มข้นจนหยุดดูไม่ได้เลย!

    ตอบลบ
  5. สนุกมากกกเรื่องนี้

    ตอบลบ
  6. เพื่อนชอบพูดให้ฟัง อ่านแล้วน่าสนใจมากค่ะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม